แม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์

    โฮ่วอี้ เทพเจ้าที่ทำลายพระอาทิตย์ 9 ดวงด้วยลูกธนูเพียง 1 ลูก

    By / June 29, 2017

    โฮ่วอี้ นั้นเป็นหนึ่งในแม่ทัพสวรรค์ผู้มีความสามารถในการใช้ธนูได้ยอดเยี่ยมหาใครเทียบได้ตามตำนานกล่าวว่าไม่ว่าจะมนุษย์หรือเทพทั้งปวงถ้าเรื่องการยิงธนูไม่มีใครสู้กับแม่ทัพสวรรค์นาม โฮ่วอี้ ได้หรอก

    ตำนาน โฮ่วอี้ ทำลายพระอาทิตย์ 9 ดวง

    โฮ่วอี้

    ในสมัยนานมาแล้ว บริเวณแม่น้ำฮวงโหมีผู้ปกครองคือ เหยาฮ่องเต้ ซึ่งพระองค์ทรงเป็นพระราชาที่มีสติปัญญาดีเลิศและยังมีความเมตตาธรรมในการปกครองทำให้ประชาขนที่อยู่ในการปกครองของ พระเจ้าเหยา มีความสุขฝนฝ้าก็ตกตามฤดูกาลอาหารก็อุดมสมบูรณ์ทำให้ประชาชนไม่ได้อยู่อย่างอดอยาก

    ตำนานกล่าวว่าสมัยนั้น มีพระอาทิตย์ 10 ดวงซึ่งเป็นพี่น้องกันซึ่งทุกดวงต้องทำหน้าที่ผลัดกันมาส่องแสงลงไปยังโลกมนุษย์ แต่ว่าอยู่มาวันหนึ่งดวงอาทิตย์เกิดความคะนองจึงได้ทำการส่องแสงทีเดียว 10 ดวงทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ป่าไม้ถูกเผา แม่น้ำเหือดแห้ง เหล่าผู้คนและสัตว์ต่างล้มตายเป็นจำนวนมากแต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้พระอาทิตย์ทั้ง 10 ลดความคะนองลง

    ทำให้พระเจ้าเหยาต้องทำพิธีขอร้องสวรรต์ให้ช่วยหยุดภัยพิบัติครั้งนี้ จักรพรรดิสวรรค์ทราบเรื่องจึงส่งคนไปเตือนแต่ก็หาได้เป็นผลไม่พระอาทิตย์ยังคงส่องแสงต่อไป ทำให้องจักรพรรดิสวรรค์ส่ง โฮ่วอี้ ผู้ที่มีความสามารถด้านการยิงธนูสูงที่และยังเป็นแม่ทัพใหญ่สวรรค์ไปหยุดยั้งการเผาโลกครั้งนี้ แต่ถ้าหากคำเตือนไม่ได้ผลก็มีคำสั่งให้ทำการข่มขูด้วยการยิงธนูได้เลย

    เมื่อเขามาถึงก็ได้แสดงข้อความของจักรพรรดิ์สวรคค์ที่สงมาเตือนพวกพระอาทิตย์ทั้ง 10 แต่พวกพระอาทิตย์ก็ยังคงไม่สนใจอีกทั้งยังพูดท้าทายทำให้ตอนนั้น เทพหหนุ่มผู้นี้เกิดอารมโกรธจึงใช้ธนูที่ถือมายิงใส่พระอาทิตย์ทีละดวงทำให้พระอาทิตย์ทั้ง 9 พลันสลายหายไปทันที เหลือแค่ 1 ดวงเท่านั้นที่พยายามร้องขอชีวิตจากเทพหนุ่มผู้นี้และด้วยเหตุนี้ทำให้เหลือพระอาทิตย์เพียงแค่ดวงเดียว

    หลังจากกลับมาหาองค์จักรพรรดิ์สวรรค์ เทพหนุ่ม ผู้นี้กลับถูกเนรเทศเนื่องจากมองว่าทำเกินกว่าเหตุที่สังหารพระอาทิตย์ไปถึง 9 ดวงนั้นทำให้เขาต้องลงมาอยู่ร่วมกับมนุษย์ พอเขาลงมาอยู่กับมนุษย์และพวกผู้คนต่างรู้ว่าเขานั้นเป็นผู้สังหารดวงอาทิตย์ทั้ง 9 และยังสามารถช่วยให้ประชาชนรอดจากภัยพิบัติได้ทำให้ชื่อเสียงของเขาเป็นที่เลื่อลือไปทั่วทุกทิศ

    และด้วยชื่อเสียงของเขาที่ขยายมากขึ้นเรื่อยๆทำให้มีคนอิจฉาเขาและสุดท้ายเขาก็ถูกลอบสังหารเสียชีวิตในที่สุด…

    เทพสามตา เอ้อหลาง แม่ทัพใหญ่แห่งสรวงสวรรค์

    By / June 28, 2017

    เรามักรู้จักเทพเจ้า เอ้อหลาง หรือ เทพสามตา จากภาพยนต์หรือซีรี่ย์จีนกำลังภายในเรื่อง ไซอิ๋ว แต่แท้ที่จริงแล้วนั้นเทพองค์นี้มีเรื่องเล่าและตำนานแตกต่างกันไปเป็นอย่างมากนอกจากนี้เขายังถูกนับเป็นหลานของ เง็กเซียนฮ่องเต้ อีกด้วย

    ประวัติของ เทพสามตา

    เทพสามตา

    ความเป็นมาของเทพ เอ้อหลาง นั้นมีมากมายหลายรูปแบบเขานั้นเป็นลูกชายของคนชื่อ หลี่ปิง เสนาบดีแห่งราชวงศ์ฉิน เขานั้นเป็นลูกคนที่สองของตระกูล แม่ของเขาเป็นนั้นเป็นน้องสาวของ เง็กเซียนฮ่องเต้ ผู้เป็นเทพเจ้าองค์ที่มีอำนาจมากที่สุดในบรรดาทวยเทพของจีนทั้งหมด

    แม่ของเทพ เอ้อหลาง นั้นทำผิดกฏสวรรค์ด้วยการลงมาแต่งงานและอยู่รวมกับมนุษย์ทั่วไป ซึ่งต่อมานั้นเหล่าเทพได้มีคำสั่งให้จับนางไปคุมขังยังเขา เถาซาน ดังนั้นเอ้อหลางจึงมี เง็กเซียนฮ่องเต้ เป็นปู่ของเขานั้นเอง เขาตั้งแต่โตมาก็ไม่รู้เลยว่าแม่ของเขานั้นไปอยู่ที่ไหน แต่พอรู้ว่าแม่ของเขาถูกขับอยู่ที่เขา เถาซาน เขาจึงรีบรุดเพื่อไปช่วยแม่ในทันทีเทพเอ้อหลางผ่าเขาที่คุมขังผู้เป็นแม่ให้แยกออกจากกัน

    ต่อมา เทพองค์ใหญ่สุดอย่าง เง็กเซียนฮ่องเต้ รู้เรื่องที่เอ้อหลางผ่าเขาออกเป็น 2 ซีกจึงสั่งให้ทหารสวรรค์จับตัว เทพเอ้อหลาง มาลงโทษ แต่อาจารย์ของ เอ้อหลาง อย่าง เจียงจื่อหยา นั้นได้ขอประธานให้ เง็กเซียนฮ่องเต้ นั้นลดโทษให้กับลูกศิษย์ของเขาด้วย และเขาจะให้ เอ้อหลาง ทำความดีลบล้างความชั่วที่ทำไป

    หลังจากนั้น เอ้อหลาง จึงทำความดีมาเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อให้สวรรค์ปล่อยแม่ของเขาออกจากการคุมขัง ความดีครั้งใหญ่ของเขาก็คือการช่วยพ่อปราบมังกรที่อยู่ในทะเล ซึ่งมังกรตัวนี้ทำให้มนุษย์ต้องเผชิญกับอุทกภัยแต่หลังจากที่ได้ปราบมังกรตัวนี้แล้วเขาก็ได้การยอมรับจากมนุษย์มากขึ้นผู้คนจึงพากันบูชาประดุจเทพ

    ต่อมาเมื่อเขาทำความดีเรื่อยมาทำให้เขาถูกมนุษย์เรียกว่า เทพเอ้อหลาง ต่อมาเขาได้ขึ้นไปเป็นเซียนอยู่บนสวรรค์รับตำแหน่งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์ มีเซียนมากฝีมือ 1,200 องค์เป็นกองกำลัง มีอาวุธวิเศษคือกระจกที่ส่องแล้วจะเห็นความเป็นมาของชาติที่แล้วกับทวนทีมีสามแฉก นอกจากของวิเศษแล้วเขายังมี สุนัขสวรรค์คอยรับใช้อีกด้วย

    ส่วนทางด้านฝีมือนั้นมีตำนานระบุว่าเขานั้นมีฝีมือที่พอๆกับ หงอคง ของเราเลย

     …

Back to Top